Dental Implant คืออะไร?

Dental implant คือ “รากฟันเทียม” ที่ทำหน้าที่แทนรากฟันธรรมชาติ ช่วยให้คนไข้ที่ฟันหลุด ฟันหัก หรือสูญเสียฟันไปบางซี่ กลับมามีฟันที่แข็งแรงและใช้งานได้เหมือนเดิมอีกครั้ง โดยรากฟันเทียมทำจาก ไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากับร่างกายได้ดี ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และสามารถยึดเกาะกับกระดูกขากรรไกรได้อย่างแน่นหนา
เมื่อรากฟันเทียมเชื่อมกับกระดูกเรียบร้อย ทันตแพทย์จะติด ครอบฟัน (Crown) ลงไป ทำให้ดูเหมือนฟันธรรมชาติทุกประการ
⭐ ทำไมหลายคนถึงเลือกทำ Dental Implant?
✔ ดูเสมือนฟันจริงรูปทรง สี และการใช้งานเหมือนฟันธรรมชาติ ทำให้มั่นใจเวลาเคี้ยว พูด หรือยิ้ม
✔ แข็งแรงและทนทานถ้าดูแลดี รากฟันเทียมสามารถอยู่ได้นาน 10–20 ปี หรือมากกว่านั้น
✔ ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียงต่างจากสะพานฟัน (Bridge) ที่ต้องกรอฟันสองซี่ข้างๆ เพื่อเป็นหลักยึด
✔ ช่วยลดการละลายของกระดูกเมื่อไม่มีรากฟัน กระดูกขากรรไกรมักยุบตัว แต่ Implant ช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ดี
⭐ กระบวนการทำ Dental Implantแม้จะฟังดูซับซ้อน แต่กระบวนการทำจริงๆ มี 3 ขั้นหลักคือประเมินและวางแผนเอกซเรย์หรือ CT Scan เพื่อดูสภาพกระดูกผ่าตัดฝังรากเทียมใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีต่อ 1 ซี่ติดครอบฟันหลังรากฟันเทียมยึดกับกระดูกแล้ว (3–6 เดือน) จะติดครอบฟันเซรามิกเพื่อใช้งานจริง
⭐ ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ Dental Implant?คนที่สูญเสียฟัน 1 ซี่ขึ้นไปกระดูกขากรรไกรมีความแข็งแรงเพียงพอสุขภาพช่องปากดี ไม่มีเหงือกอักเสบรุนแรงไม่สูบบุหรี่จัด (เพราะทำให้แผลหายช้า)
⭐ ต้องดูแลหลังทำรากฟันเทียมอย่างไร?แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวันหลีกเลี่ยงอาหารแข็งจัดในช่วงแรกตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือนงดสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงอักเสบ

